กำลังเจอปัญหาข้อผิดพลาด "400 Bad Request" ใน Microsoft Edge อยู่ หรือเปล่า? 😩 ปัญหาที่น่าหงุดหงิดนี้มักขัดขวางการเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งมักเกิดจากส่วนหัวที่ไม่ถูกต้อง คุกกี้ขนาดใหญ่เกินไป หรือแคชเสียหาย ไม่ต้องกังวลไป คู่มือฉบับย่อของเราจะให้ขั้นตอนการแก้ไขปัญหาที่ใช้งานได้จริงเพื่อกำจัดปัญหานี้อย่างรวดเร็ว เมื่ออ่านจบแล้ว คุณจะสามารถท่องเว็บได้อย่างราบรื่นอีกครั้ง ไปเริ่มกันเลย!
ข้อผิดพลาด "400 Bad Request" ใน Microsoft Edge คืออะไร?
ข้อผิดพลาด HTTP 400 Bad Requestแสดงว่าเซิร์ฟเวอร์ปฏิเสธคำขอของคุณเนื่องจากไม่สามารถเข้าใจส่วนหัวที่ส่งมาจากMicrosoft Edgeสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:
- แคชหรือคุกกี้ของเบราว์เซอร์เสียหาย
- ส่วนขยายที่ขัดแย้งกัน
- ส่วนหัวคำขอที่ไม่ถูกต้องจากพร็อกซีหรือ VPN
- เบราว์เซอร์เวอร์ชันเก่าเกินไป
เห็นไหม? หน้าจอนั้นทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก แต่ด้วยการแก้ไขที่ตรงจุด การแก้ไขก็ไม่ใช่เรื่องยาก ⭐
เคล็ดลับแก้ปัญหาด่วน: 5 วิธีแก้ไขปัญหา "400 Bad Request" ใน Edge ได้ทันที
เริ่มต้นที่นี่ใน 80% ของกรณี ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ — ผู้ใช้ส่วนใหญ่ทำสำเร็จภายในขั้นตอนที่ 3!
- 👆 ล้างแคชและคุกกี้
ข้อมูลที่เสียหายเป็นสาเหตุอันดับ 1 ใน Edge:
- กดCtrl + Shift + Delete.
- เลือก "ตลอดเวลา" และตรวจสอบ "คุกกี้" + "รูปภาพ/ไฟล์ที่แคชไว้"
- คลิก "ล้างข้อมูลตอนนี้" แล้วรีสตาร์ท Edge
ทดสอบเว็บไซต์แล้ว แก้ไขเรียบร้อยแล้วใช่ไหม เยี่ยมเลย! 🎉
- ปิดใช้งานส่วนขยาย โปรแกรมเสริมที่ไม่ได้รับอนุญาต
อาจแก้ไขส่วนหัวของโปรแกรม
- ไปที่edge://extensions/.
- ปิดทุกอย่าง แล้วโหลดหน้าเว็บใหม่
- เปิดใช้งานทีละรายการเพื่อระบุตัวการ
- อัปเดต Microsoft Edge
เนื่องจากบั๊กในเวอร์ชันเก่าทำให้เกิด ข้อผิด พลาด
400
- คลิกไอคอนโปรไฟล์ → ความช่วยเหลือและข้อเสนอแนะ → เกี่ยวกับ Microsoft Edge
- ปล่อยให้มันอัปเดตอัตโนมัติ แล้วรีสตาร์ทเครื่อง
การแก้ไขปัญหาขั้นสูง: เมื่อการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นไม่ได้ผล
ยังแก้ปัญหาไม่ได้ใช่ไหม? ลองใช้เคล็ดลับระดับมืออาชีพเหล่านี้ดู เราได้รวบรวมไว้ในตารางเพื่อความสะดวกในการค้นหา:
| ปัญหา |
อาการ |
สารละลาย |
| การรบกวนจากพร็อกซี/VPN |
ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเฉพาะในบางเว็บไซต์เท่านั้น |
ปิดใช้งาน VPN ไปที่ การตั้งค่า → ระบบ → เปิดการตั้งค่าพร็อกซี → ปิดใช้งาน |
| การบล็อกของโปรแกรมป้องกันไวรัส/ไฟร์วอลล์ |
ความล้มเหลวเป็นระยะ |
ปิดใช้งานซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยชั่วคราว เพิ่ม Edge ลงในรายการที่อนุญาตหากจำเป็น |
| โปรไฟล์ที่เสียหาย |
ทุกไซต์ได้รับผลกระทบ |
สร้างโปรไฟล์ใหม่: ไอคอนโปรไฟล์ → เพิ่มโปรไฟล์ |
| ความผิดพลาดของเครือข่าย |
ใช้งานได้กับเบราว์เซอร์อื่นๆ |
เรียกใช้เครื่องมือแก้ไขปัญหาเครือข่าย: การตั้งค่า → เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต → สถานะ → แก้ไขปัญหา |
| ปัญหาไฟล์ Hosts |
การเปลี่ยนเส้นทางแบบถาวร |
แก้ไขไฟล์ C:\Windows\System32\drivers\etc\hosts (ในโหมดผู้ดูแลระบบ) ลบรายการที่น่าสงสัยออก |
เคล็ดลับ: สำหรับข้อผิดพลาดส่วนหัว "400 Bad Request" ของ Microsoft Edgeที่เกี่ยวข้องกับบางเว็บไซต์ ให้ลองใช้โหมดไม่ระบุตัวตน ( Ctrl + Shift + N) เพื่อข้ามส่วนขยายได้ทันที
Reset Edge: ทางเลือกขั้นเด็ดขาด (ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ)
หากวิธีทั้งหมดไม่ได้ผล ให้รีเซ็ตโดยไม่สูญเสียข้อมูล:
- edge://settings/reset → คืนค่าการตั้งค่าเป็นค่าเริ่มต้น → รีเซ็ต
- หรือผ่านทาง Windows: การตั้งค่า → แอป → Microsoft Edge → ตัวเลือกขั้นสูง → รีเซ็ต
Edge รีสตาร์ทใหม่หมดจด อัตราความสำเร็จ 95% สำหรับ ปัญหา 400 Bad Request ที่แก้ไขยาก ! 👍
ต้องการคำแนะนำอย่างเป็นทางการใช่ไหม? ตรวจสอบที่ฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft: ความช่วยเหลือของ Microsoft Edge
ป้องกันข้อผิดพลาด "400 Bad Request" ใน Edge ในอนาคต
ป้องกันข้อผิดพลาด:
- ⭐ ควรล้างแคชเป็นประจำทุกสัปดาห์
- ใช้เฉพาะส่วนเสริมที่น่าเชื่อถือจาก Edge Add-ons Store เท่านั้น
- อัปเดต Edge โดยอัตโนมัติอยู่เสมอ
- หลีกเลี่ยง VPN ที่ไม่น่าเชื่อถือ เลือกใช้ VPN ที่น่าเชื่อถือจะดีกว่า
เคล็ดลับเพิ่มเติม: เปิดใช้งาน "ดำเนินการส่วนขยายพื้นหลังต่อไป" อย่างระมัดระวังเพื่อลดขนาดส่วนหัวให้เล็กลง
ข้อคิดส่งท้าย: ทวงคืนอิสรภาพในการท่องเว็บของคุณ
คุณทำได้แน่นอน! การแก้ไขปัญหาข้อผิดพลาด "400 Bad Request" ใน Microsoft Edge ส่วนใหญ่ จะใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที หากปัญหายังคงอยู่ (ปัญหา DNS/ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ที่พบได้ยาก) โปรดติดต่อผู้ดูแลระบบเว็บไซต์หรือลองใช้ Chrome ชั่วคราว แชร์วิธีแก้ปัญหาของคุณในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่าง—วิธีไหนได้ผลสำหรับคุณ? ขอให้สนุกกับการท่องเว็บ! 🚀